อาหารทางสายยาง อย่างไรที่เหมาะสมกับการให้ทางสายให้อาหาร

อาหารทางสายยาง กับสารอาหารถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งคนเราจะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เพราะอาหารหลัก 5หมู่ ที่เรารับประทานเข้าไปนั้น แต่ละอย่างมีความแตกต่างกันและให้พลังงานมากน้อยแตกต่างกัน โดยอาหารหลัก5 หมู่ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายก็จะดูดซึมสารอาหาร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ในระบบต่างๆของร่างกาย ทำให้เรามีพลังงานมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัย ไข้เจ็บ อาหารเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นของผู้ป่วยเช่นเดียวกัน และอาหารของผู้ป่วย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอสมควร จะต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ ต้องมีการควบคุมการผลิตโดยนักโภชนาการที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของอาหารเพื่อผู้ป่วย รวมไปถึงจะต้องนำสารอาหารไปให้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้โดยใช้ต้องใช้อาหารปั่นผสม เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยทางสายยางให้อาหาร ซึ่งอาหารปั่นผสมนั้นคืออาหารที่ประกอบด้วยอาหารหลายชนิดจากอาหารหลัก 5 หมู่ โดยนำวัตถุดิบต่างๆปั่นเข้าด้วยกันจนมีลักษณะเป็นของเหลว สามารถเคลื่อนผ่านสายยางให้อาหารเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยได้โดยไม่ติดขัดและมีประสิทธิภาพ โดยอาหารจะต้องคงคุณค่าทางสารอาหารอย่างครบถ้วน มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ และถูกต้องตามสูตรที่นักโภชนาการได้กำหนดไว้ซึ่งจะมีคุณค่าทางด้านโภชนาการเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกายผู้ป่วย ซึ่งอาหารทางสายยางหรืออาหารปั่นผสมนั้น จะมีสารอาหารหลักๆคือโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ถือเป็นสารอาหารหลักที่จะช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วและยังช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายให้กลับมามีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงอีกครั้ง

หลายคนเกิดความสงสัยว่า อาหารที่เหมาะสมกับการให้อาหารทางสายยางนั้น มีลักษณะเป็นอย่างไร เพราะมีบางกรณีที่ผู้ป่วยจะต้องทำกลับไปพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งจะต้องมีผู้ดูแลหรือญาติที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีพื้นฐานเกี่ยวกับการให้อาหารทางสายยาง และบางครั้งอาจจะมีการทำอาหารปั่นผสมเองด้วย แต่สูตรอาหารปั่นผสมที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการจะต้องออกแบบโดยนักโภชนาการที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้มีปริมาณและสารอาหารที่ถูกต้องและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายผู้ป่วย ซึ่งอาหารที่เหมาะสม ที่จะให้อาหารทางสายยางควรเป็นอาหารปั่น หรือเรียกว่าอาหารปั่นผสมที่มีลักษณะเป็นของเหลว สามารถไหลผ่านสายอย่างให้อาหารหรือท่อให้อาหารที่มีขนาดเล็กได้สะดวกโดยไม่มีอาการติดขัดและไม่มีอาหารติดค้างตามสายยาง สำหรับอาหารที่ให้ทางสายยางควรเป็นอาหารที่มีความสะอาด มีประโยชน์ต่อร่างกายและมีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และอาหารสำหรับให้ผู้ป่วยทางสายยางก็ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ อาหารเหลวที่ทำมาจากน้ำนม เป็นส่วนผสม ก็สามารถให้ผู้ป่วยทางสายยางได้เช่นเดียวกัน แต่ที่นิยมและให้คุณค่าทางสารอาหารครบถ้วนมากที่สุด ก็คืออาหารปั่นผสม เพราะมีความเหมาะสมสำหรับการให้อาหารทางสายยางมากที่สุดและควรเป็นอาหารที่ให้พลังงาน 1 กิโลแคลอรีต่อปริมาณอาหาร 1 มิลลิลิตร โดยมีสัดส่วนและปริมษณตามที่กำหนด คือ อาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ 15- 20% ไขมันที่เป็นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด 30- 45% คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว น้ำตาล ตามที่นักโภชนาการกำหนด

รวมไปถึงผักผลไม้ต่างๆ แต่ควรเป็นผลไม้สุก เช่น มะละกอสุก กล้วยน้ำว้าสุก 50 – 60% ซึ่งโดยส่วนใหญ่อาหารปั่นผสมมักจะเป็นอาหารที่ทำให้สุก โดยผ่านกระบวนการต้ม ตุ๋น แล้วนำวัตถุดิบทั้งหมดมาปั่นรวมกันให้ละเอียดจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว โดยอาจจะใส่ขวดหรือถึงบรรจุอาหาร แบ่งไว้เป็นมื้อมื้อมื้อละ 200 – 250 มิลลิลิตร โดยใน 1 วันอาจจะให้ 3-4 ครั้งต่อมื้อ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้ป่วย หรือตามความต้องการของผู้ป่วยในแต่ละราย โดยจะมีนักโภชนาการให้คำแนะนำในเรื่องของปริมาณอาหารที่ผู้ป่วยควรจะได้รับและที่สำคัญเพื่อเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการให้อาหารทางสายยางด้วย เพราะฉะนั้นอาหารที่เหมาะสมที่จะให้ผู้ป่วยทางสายยางให้อาหารนั้น จะต้องเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน มีปริมาณที่เหมาะสม มีความสะอาด ปลอดภัย เมื่อผู้ป่วยได้รับเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงและฟื้นฟูจากการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว