สารอาหารแนะนำ ที่จำเป็นต่อผู้สูงอายุ

เนื่องจากวัยที่เพิ่มมากขึ้นประสิทธิภาพในการย่อยและการดูดซึมอาหารจึงลดลง  การเสริมวิตามินและเกลือแร่รวมเริ่มมีความจำเป็นสำหรับคนในวัยนี้  หรือบางกรณีอาจต้องเสริมสารอาหารบางชนิดซึ่งขึ้นอยู่กับบริโภคนิสัยและสภาวะร่างกายของแต่ละคน  แต่อย่างไรก็ตาม  การเสริมไม่สามารถจะทดแทนอาหารหลักที่จะต้องบริโภคในชีวิตประจำวันได้

 

ดร.บรัมเบิร์ก  แนะนำว่าการเสริมวิตามินและเกลือแร่รวมรวมจะช่วยทำให้มั่นใจว่าผู้สูงอายุได้รับสารพื้นฐานตามที่ร่างกายที่ต้องการปัจจุบันมีข้อมูลชี้แนะ  ว่าการเสริมวิตามินรวมจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและลดการติดเชื้อในผู้สูงอายุได้  วิตามินรวมซึ่งมีกรดโฟลิโฟลิก  วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ในปริมาณร้อยเปอร์เซ็นต์ของความต้องการประจำวัน  สามารถช่วยลดระดับโฮโมซีสเตอีนในเลือด  ซึ่งสารตัวนี้ถ้ามีระดับเกินปกติจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและ สโตรก( เส้นเลือดตีบในสมอง)ได้นอกจากนี้ยังพบว่าวิตามินในกลุ่มนี้มีบทบาทในการลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุอีกด้วย

ผู้สูงอายุควรระมัดระวังการเสริมสารอาหารต่อไปนี้

1.วิตามินเอ   ความต้องการสารอาหารบางชนิดเช่น วิตามินเอ จะลดลงตามอายุร่างกายผู้สูงอายุมีความสามารถที่จะขจัดวิตามินเอจากเลือดลดลง  ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ในเมื่อวิตามินเอสะสมในเลือดระดับสูงเรื่องนี้ดร. บลัมเบิร์ก  ผู้ชาญด้านวิตามินแนะนำว่า  วิตามินรวมที่เลือกควรมีปริมาณในวิตามินเอไม่เกิน 100 ถึง 200 เปอร์เซ็นต์  ของความต้องการประจำวัน

2.ธาตุเหล็ก    ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนและผู้ชายสูงอายุควรเลือกวิตามินรวมชนิดที่มีธาตุเหล็กเพียงเล็กน้อย หรือชนิดที่ไม่มีธาตุเหล็ก  การได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปจะเป็นอันตรายได้ซึ่ง  โดยเฉพาะที่มีโรคเลือดชนิดเฮโมโครมาโตซิส (hemochromatosis )ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายสะสมธาตุเหล็กมากเกินไป

ข้อแนะนำอื่นๆในการบริโภค

– ผู้สูงอายุควรกินอาหารให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ ไม่ควรงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง โดยเฉพาะในยามเจ็บป่วยเพราะจะทำให้การฟื้นตัวช้าลงอาหารที่กินควรมีความหลากหลายไม่จำเจ และเป็นอาหารที่ครบ 5 หมู่

– มื้ออาหารสำหรับผู้สูงอายุควรเป็นมื้อเล็ก ๆ เนื่องจากปัญหาการย่อยการดูดซึมลดลง  ดังนั้นผู้สูงอายุจำเป็นจะต้องได้รับอาหารว่างระหว่างมื้อ  จะช่วยผู้สูงอายุได้รับพลังงานเพียงพอ  อาหารว่างที่เหมาะสมก็คือ ถั่วเมล็ดแห้ง (ถั่วเขียว  ถั่วดำ  ถั่วแดง  )ต้มเปื่อย ลูกเดือย ข้าวโอ๊ต นมพร่องมันเนย โยเกิร์ต นมถั่วเหลือง ขนมปัง ผลไม้

– ที่สูงอายุจะมีการหลั่งของน้ำย่อยและน้ำละลายน้อยลง  อาหารที่กินจึงควรเป็นอาหารอ่อนที่เคี้ยวง่ายกลื่นง่าย และย่อยง่าย โดยเฉพาะในรายที่ไม่มีฟัน หรือใส่ฟันปลอมิ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการกลืนอาจต้องกินอาหารที่สะดวกต่อการเคี้ยวและ กลืน  ในการปรุงอาหารเนื้อสัตว์  ควรสับ บด  นำมาตุ๋นจนเปื่อยหรืออาจนำมาปั่นใส่น้ำซุปในกรณีที่เคี้ยวไม่ได้

– ผู้สูงอายุ ควรลดอาหารเค็มจัด เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูงและบวมน้ำ  โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว  การที่ต่อมรับรสทำงานน้อยลงทำให้ผู้สูงอายุกินอาหารมีรสเค็มขึ้นโดยไม่รู้ตัวอาหารที่มีเกลือโซเดียมสูงที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารหมักดองเช่น  ผักดอง  ไข่เค็ม  ปลาเค็มไส้กรอก  นอกจากนี้ควรลดปริมาณซอสปรุงรส  เช่น  ซีอิ๊ว  น้ำปลาเต้าเจี้ยว  ให้น้อยลง

ผู้สูงอายุควรบริโภคไขมัน  ไขมันเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง  ความต้องการพลังงานในวัยนี้ลดลง  จึงไม่ควรบริโภคอาหารไขมันมากเกินควร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์  ซึ่งเพิ่มปัญหาโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด  ไขมันอิ่มตัวมีมากในไขมันสัตว์บกผลิตภัณฑ์นมไขมันเต็ม  น้ำมันมะพร้าว  กะทิ  ส่วนไขมันทรานส์มีมากในเนยเทียม เนยขาว  และอาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันดังกล่าว  โดยเฉพาะเบเกอรี่  การลดไขมันในอาหารทำได้ไม่ยากโดยลดอาหารทอดกรอบ อาหารที่ผัดมันๆ  เนื้อสัตว์ติดมันและมันอาหารที่มีกะทิ โดนัท   เลือกใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันอิ่มตัวน้อยในการปรุงอาหารเท่านั้น  และควรจำกัดการใช้ไขมันในการปรุงอาหารไม่เกินวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ

 

นอกจากการดูแลเรื่องอาหารแล้ว  ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามกำลังที่ทำได้  จะช่วยให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง  ระบบการไหลเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น  ลดปัญหาไขมันในเลือด  โดยเพิ่มปริมาณ เอชดีแอลคอเลสเตอรอล  ซึ่งเป็นตัวป้องกันโรคหัวใจ  การออกกำลังกายยังช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวตัวมากขึ้นลดปัญหาท้องผูก  อีกทั้งยังลดความเครียดได้ด้วย   ด้วยความปรารถนาดีจาก  SN  Food  อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารสายยาง, อาหารสุขภาพ, อาหารผู้ป่วย, อาหารเหลว