หลักการในการกินอาหารลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

หลายๆ คนคงเคยได้ยินสูตรการกิน อาหารลดน้ำหนัก แบบเร่งด่วน ที่ดูเกินจริง แต่ด้วยความที่อยากมีหุ่นผอม สวย อย่างรวดเร็ว จึงเลือกสูตรลดน้ำหนักเหล่านี้มาใช้เป็นทางออก ภายหลังจากการลดแล้วพบว่า สามารถเห็นผลได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่เรากลับลืมตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมา เพราะหลักโภชนาการอาหารที่ไม่เป็นไปตามหลักธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นวิถี อดอาหาร , งดคาร์โบไฮเดรต , ห้ามกินข้าวหรือกินแต่ผักและผลไม้แทนข้าวในทุกมื้ออาหาร สิ่งเหล่านี้ ล้วนจะส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติตามมา ดังนั้น ลองมาดูหลักโภชนาการที่ถูกวิธี และหลักโภชนาการต้องห้ามที่เราไม่ควรทำสำหรับคนอยากผอม และสุขภาพดีกัน…. หลักการในการกินอาหารลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี และสูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ! เพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญให้ได้ผลดียิ่งขึ้น !!!

หลักการในการกินอาหารลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

  1. การรับประทานอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์และการกินคาร์โบไฮเดรตเพื่อลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม

หลายคนเข้าใจว่าการกินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ช่วยให้สามารถควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดีนั้น จะต้องกินอาหารประเภทโปรตีนเพียงอย่างเดียว โดยงดเว้นการกินข้าวแป้งหรืออาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตไปเลย ถือว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะอย่างไรก็ตามร่างกายจำเป็นต้องได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเช่นกัน การกินอาหารให้เหมาะสมคือการกินโปรตีนเพิ่มมากขึ้น แต่ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง โดยไม่ใช่การ อด อย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะน้ำตาลจะถูกเปลี่ยนไปเป็นพลังงานให้แก่สมองและร่างกายต่อไป

ซึ่งในแต่ละวัน โภชนาการของคนที่ลดน้ำหนักควรได้รับสารอาหารจากคาร์โบไฮเดรตประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่ควรค่ำกว่า 25-40% โปรตีนให้อยู่ที่ 10-15% ส่วนไขมันให้อยู่ที่ 25-30% ของพลังงานทั้งหมด ส่วนโปรตีนที่หลายคนบอกว่าควรได้รับให้มากขึ้นเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จนทำให้เปอร์เซ็นต์ของสารอาหารพุ่งสูงมากถึง 30-50% เลยทีเดียว ถือว่าเป็นปริมาณที่มากเกินไป สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายตามมาได้

  1. การกินอาหารที่อยู่ในกลุ่มธัญพืชอย่างเหมาะสม ช่วยลดความอ้วนได้

แน่นอนว่าคนที่อยู่ในกลุ่มลดน้ำหนักล้วนหวาดกลัวกับการกินอาหารจำพวกข้าวแป้งและน้ำตาล ยิ่งไปกว่านั้นธัญพืชที่มีปริมาณไขมันสูง ต่างเชื่อกันว่าเป็นตัวการทำให้อ้วนได้ จึงพยายามหลีกเลี่ยง แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาหารในกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็น ขนมปังโฮลวีท, ข้าวซ้อมมือ, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง, ถั่วแดง, อัลมอนต์ และธัญพืชอื่นๆ จะเป็นชนิดที่ให้พลังงานไม่สูงมากนัก สามารถนำมารับประทานในช่วงควบคุมน้ำหนักได้ แต่จะต้องหลีกเลี่ยงการนำไปแปรรูป เช่น นำไปทอด หรือเคลือบน้ำตาล ควรกินแบบสดๆ หรือผ่านการนึ่งหรือต้ม จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานที่ดี มีไขมันจำเป็น และยังได้กากใยช่วยให้อิ่มท้องอีกด้วย

  1. การเลือกกินอาหารชนิดเดียวตลอดทั้งวัน ไม่ได้ช่วยให้ลดน้ำหนักได้จริง

มีทฤษฏีการลดน้ำหนักชนิดหนึ่ง ที่เชื่อกันว่าการกินอาหารชนิดเดียวตลอดทั้งวัน จะช่วยลดน้ำหนักได้ ซึ่งอาหารดังกล่าวจะเน้นเป็นผลไม้และนมเท่านั้น เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งในแต่ละวัน โดยงดเว้นการกินเนื้อสัตว์และข้าว บางคนใช้วิธีนี้ในการลดน้ำหนักไปพร้อมๆ กับการดีท็อกซ์ร่างกาย แต่ความเป็นจริงแล้ว การกินอาหารด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายตามมาในระยะยาว โดยเฉพาะภาวะขาดสารอาหาร แม้จะเห็นว่าช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่จะเห็นผลแค่ในช่วงที่กินเท่านั้น เนื่องจากร่างกายถูกดึงเอาพลังงานสำรองไปใช้แทน ไม่นานหากพลังงานสำรองหมดก็จะดึงเอาโปรตีนตามกล้ามเนื้อไปใช้ กลายเป็นคนผอมที่มีรูปร่างเหมือนคนป่วย และมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง

  1. การกินไขมันและน้ำมันบางชนิด มีส่วนช่วยลดความอ้วนได้จริง

เรามักเข้าใจผิด คิดว่าไขมันเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการ แต่จริงๆ แล้วมันคือส่วนประกอบหนึ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ เนื่องจากไขมันจะเข้าไปทำหน้าที่ต่างๆ โดยเฉพาะการละลายวิตามินเอ ดี อี และเค อีกทั้งยังช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อและเซลล์ในร่างกาย รวมไปถึงการช่วยปกป้องอวัยวะภายในไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนอีกด้วย การกินไขมันที่ดีจะไม่เป็นตัวขัดขวางการลดน้ำหนักแต่อย่างใด แต่กลับเข้าไปช่วยเสริมสร้างกระบวนการเผาผลาญ และทำให้ร่างกายมีสมรรถภาพในการทำงานที่ดีขึ้นได้ ส่วนไขมันที่ควรหลีกเลี่ยงคือ ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ ที่พบได้มากในอาหารผัดและทอด ส่วนไขมันที่ควรเลือกกิน เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน พบได้ในธัญพืช ถั่ว น้ำมันจากปลาทะเล เป็นต้น แต่ถึงกระนั้นก็ควรได้รับในสัดส่วนที่ไม่มากจนเกินไปด้วย

สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากจะหุ่นสวย รูปร่างที่กระชับพร้อมกับมีสุขภาพดี ก็ลองปรับเปลี่ยนวิธีการกินให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญให้ได้ผลดียิ่งขึ้นค่ะ

Copyright © 2018. Thetastefood.com All rights reserved.